Siamtech.biz

สาระน่ารู้

Visualizer อุปกรณ์ชนิดนี้เป็นที่รู้จักและถูกเรียกแตกต่างกันออกไปหลายๆชื่อ  Visualizer , Visual Presentation , Visual Presenter หรือ  Document  Camera   แต่ที่ถูกเรียกบ่อยๆก็คือ  Document Camera  หรือ Visualizer  อย่างไรก็ดีอุปกรณ์ชนิดนี้เป็นได้มากกว่าชื่อที่มันถูกเรียก  Visualizer  คืออุปกรณ์ที่สามารถจับภาพสิ่งต่างๆเพื่อให้เรานำภาพออกฉายโดยเครื่องฉายภาพ เช่นเครื่องโปรเจคเตอร์หรือจอมอนิเตอร์  และที่พิเศษก็คือสามารถใช้แสดงเอกสารที่เป็นแผ่น  วัตถุที่มีลักษณะโปร่งใส  วัตถุที่มีรูปทรงสามมิติ  สไลด์  35  มิลลิเมตร  แผ่นฟิล์มเอ็กซเรย์  นับว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีความสามารถอย่างที่เรานึกไม่ถึงว่าจะใช้งานได้หลาย รูปแบบขนาดนี้  และยังทำงานในแบบ  real  time  ได้อีกด้วย

ปกติถ้ามีเพียงคอมพิวเตอร์และโปรแกรม  PowerPoint  คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าแค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับการ  presentations  แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่  เราจำเป็นต้องช้  Visualizer  เมื่อความต้องการในการแสดงภาพของเรามากกว่าที่ความสามารถในการแสดงภาพของ คอมพิวเตอร์จะ

ทำได้  อย่างเช่นในการแสดงจุดที่กำหนดไว้เป็นพิเศษ  การแสดงภาพขยายเข้าออก  การหมุนวัตถุเพื่อให้ได้หลายมุมมอง

Visualizer เป็นเครื่องมือที่มีคุณค่าอย่างมากสำหรับการศึกษาในโรงเรียน, มหาวิทยาลัย, ในห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์, ในชั้นเรียน, ในการนำเสนองานทางธุรกิจ, ในการประชุม, การแพทย์, และอื่นๆอีกมาก Visualizer บางรุ่นนั้นเรายังสามารถใช้เอกสารร่วมกันผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้อีกด้วย

 

Visualizer  ส่วนใหญ่จะมีช่องรับส่งสัญญาณ (input/output) หลายช่องเพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลือกใช้สัญญาณได้หลายชนิดเช่น  สามารถต่อ  Visualizer  กับ  Projector  เพื่อฉายภาพให้ได้ขนาดที่ใหญ่บนจอภาพ  หรือต่อเข้ากับ  video-conferencing system , TV monitor , plasma , LCD monitor , Videotape recorder  Visualizer บางรุ่นถูกผลิตมาให้มีหน่วยความจำสำหรับเก็บภาพ  ทำให้เราสามารถเรียกภาพที่ถูกเก็บอยู่ในหน่วยความจำมาใช้ได้ทันที  บางรุ่นอาจมีฟังชัน scanning มาให้ด้วยทำให้สามารถเก็บภาพเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ง่ายและรวดเร็ว  มี Visualizer จำนวนมากจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดโดยมีราคาตั้งแต่ไม่กี่หมื่นจนถึงหลายแสนบาท  ในการเลือกซื้อก็ต้องขึ้นอยู่กับลักษณะในการนำไปใช้งานและความต้องการของผู้ ใช้โดยพิจารณาจากคุณสมบัติของ Visualizer

 

พื้นที่ในการรับภาพ (Shooting Area) คืออะไร

พื้นที่ในการรับภาพของตัวเครื่อง Visualizer จะบอกถึงขนาดเอกสารที่ตัวเครื่องสามารถรับภาพได้  โดยจะบอกเป็นขนาดกว้าง x ยาว  เช่นขนาดเล็กสุด 21 x 16 มิลลิเมตรและขนาดใหญ่สุด 299 x 244 มิลลิเมตร  Visualizer ที่มีพื้นที่ในการรับภาพมากกว่าย่อมได้เปรียบมากกว่าเนื่องจากสามารถรับภาพ เอกสารหรือวัตถุขนาดใหญ่ได้มากกว่านั่นเอง

 

Frame Rate (อัตราการสแกนภาพ) คืออะไร

อัตราการสแกนภาพจะเป็นตัวบ่งบอกถึงความเร็วในการจับภาพของเครื่อง Visualizer ตัวนั้น  โดยบอกเป็นตัวเลขเช่น 15 fps (15 เฟรมต่อวินาที) , 20fps (20 เฟรมต่อวินาที) เป็นต้น  จำนวนตัวเลขยิ่งมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีนั่นหมายถึงสามารถจับภาพได้เร็วมากยิ่ง ขึ้น  อัตราความเร็วในการจับภาพนี้จะเห็นได้ชัดเจนเมื่อนำเอกสารมาวางที่ตัว เครื่องแล้วหมุนหรือเคลื่อนที่เอกสารนั้นๆถ้าอัตราการสแกนต่ำก็จะเห็นภาพ เอกสารในขณะเคลื่อนที่เป็นเงาๆ

 

พอร์ต Input/output คืออะไร

พอร์ต Output คือพอร์ตที่จ่ายสัญญาณภาพไปยังอุปกรณ์ฉายภาพพอร์ตต่างๆชนิดกันให้ความคมชัด ของสัญญาณแตกต่างกัน  พอร์ต S-video ให้สัญญาณภาพคมชัดกว่าพอร์ต Composite Video  พอร์ต RGB (D-Sub 15 Pin) ให้ภาพคมชัดกว่า S-Video  ถ้า Visualizer มีพอร์ตมาให้ครบทั้งสามพอร์ตนี้เลยก็ยิ่งดีทำให้ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ฉายภาพ ได้หลากหลายมากขึ้น  นอกจากนี้ Visualizer บางรุ่นยังมีพอร์ต DVI มาให้ด้วยทำให้ได้คุณภาพของสัญญาณที่ดีขึ้นไปอีก และในปัจจุบัน Visualizer รุ่นใหม่ๆยังมีพอร์ต HDMI ซึ่งเป็นพอร์ตที่นิยมใช้งานกันอย่างแพร่หลาย พอร์ต Input มีไว้สำหรับรับสัญญาณใน Visualizer บางรุ่นมีพอร์ตนี้มาให้ด้วยโดยจะใช้ในกรณีที่ต้องการผ่านสัญญาณไปยังอุปกรณ์ ฉายภาพอีกที  ทั้งพอร์ต Inputและพอร์ต Output ถ้ามีมากกว่าหนึ่งพอร์ตก็ยิ่งทำให้สามารถใช้งานได้กว้างมากขึ้น  สามารถต่อกับอุปกรณ์อื่นๆได้มากขึ้นโดยไม่ต้องถอดสายเปลี่ยนสลับไปมาระหว่าง แต่ละเครื่อง

 

ความละเอียดและคุณภาพของภาพ

กล้องและการรับภาพคือหัวใจสำคัญของ Visualizer และสำคัญมากถ้าต้องการภาพที่ดีก็ต้องใช้ภาพต้นแบบที่มีคุณภาพดีด้วย  ไม่มีระบบอิเล็คโทรนิคระบบไหนที่สามารถชดเชยภาพที่มีคุณภาพแย่ๆได้  กล้องและเลนส์ที่มีคุณภาพสูงถูกนำมาใช้เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดและมีสีที่สม จริงในทุกๆขนาดรวมถึงการย่อและขยายขนาดจากการ Zoom ด้วย  ขั้นแรกก็ต้องเลือกภาพต้นแบบที่มีคุณภาพที่ดีก่อนแล้วกระบวนการทางอีเล็คโทร นิคจึงจะช่วยเสริมให้มีความคมชัดและมีรายละเอียดชัดเจนมากยิ่งขึ้น

 

ความละเอียดของตัวกล้องที่ใช้รับภาพเป็นปัจจัยหนึ่งที่บอกถึงความสามารถของ เครื่องโดยความละเอียดนี้จะบอกเป็นจำนวนพิกเซลตัวอย่างเช่น 400,000 พิกเซล , 800,000 พิกเซลหรือ 850,000 พิกเซล  ค่าความละเอียดยิ่งมากยิ่งทำให้ภาพชัดเจนมากขึ้น

 

ดังนั้นการศึกษาและหาข้อมูลเปรียบเทียบคุณสมบัติของ Visualizer ก่อนซื้อสินค้านั้นจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้ได้เครื่อง Visualizer ที่ดีมีคุณภาพ สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ และสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด